ปีนี้ คฤหาสน์มูลค่า
1,500 ล้านบาทของ เหว่ย
เซียะ กัง ทื่ บก.ใหญ่สหรัฐว้า เมืองปางซาง สร้างเสร็จแต่ เหว่ย เซียะ กัง ยังไม่ทันได้เข้าพักอาศัย
เรื่องนี้ก็แพร่หลาย ภาพถ่ายดาวเทียมและภาพถ่ายปรากฏตามสื่อต่างๆ
ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายถูกโจมตีทางอากาศได้ เหว่ย เซียะ กัง
จึงขายคฤหาสน์หลังนี้ให้กับ นายเปาโหล่วเหลียง ผู้นำกองทัพสหรัฐว้า
ส่วนทางด้านพม่ายังมีข่าวหลุดเกี่ยวกับการผลิตขีปนาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง
มิถุนายน 2552 นสพ.ญี่ปุ่นแพร่ข่าว
ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมและยึดอุปกรณ์ตรวจจับแม่เหล็กซึ่งใช้ในการผลิตขีปนาวุธ
ขณะพยายามส่งไปพม่ามาแล้ว 2 ครั้ง นอกจากนี้
นสพ.พม่ายังแพร่ข่าวพม่าซื้ออาวุธอีกหลายรายการจากหลายประเทศ
รวมถึงขีปนาวุธสกั๊ดฮว่าซง จากเกาหลีเหนือด้วย
พ.ศ.2553 การเมืองไทยยังคงวุ่นวาย
มีการระดมกำลังทหารตำรวจจากทั่วประเทศมาการควบคุมการชุมนุม ยาเสพติดในประเทศไทยระบาดอย่างรุนแรงอีกครั้ง
หลังสลายการชุมนุมได้แล้ว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงพยายามผลักดันให้มีการปราบปรามยาเสพติด
โดยกำหนดนโยบาย 315 มอบหมายให้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร.รับผิดชอบ การปราบปรามยาเสพติดเริ่มเข้มข้นขึ้นแต่นโยบายมุ่งค้นหาผู้เสพยาเสพติดนำตัวเข้ารับการบำบัดเป็นหลัก
การจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ๆ ยังไม่โดดเด่น
26 กุมภาพันธ์ 2553 ศาลพิพากษายึดทรัพย์ จำนวน 46,000 ล้านบาท ของ
พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี
14 มีนาคม 2553 กลุ่ม นปช.เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ ประกาศยุบสภาและเลือกตั้งใหม่
มีการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า ถนนราชดำเนิน
และมีการใช้ยุทธดาวกระจายเคลื่อนขบวนไปรอบๆ กรุงเทพทุกวัน
16 - 17มีนาคม
2553 กลุ่ม นปช.นำเลือดไปเทหน้าทำเนียบรัฐบาล
หน้าพรรคประชาธิปปัตย์ และ หน้าบ้านนายอภิสิทธิ์(17 มี.ค.)
20 มีนาคม 2553 เกิดเหตุยิงอาร์พีจีถล่มกระทรวงกลาโหม
และโยนระเบิดเข้าไปในที่ทำการ ป.ป.ช.
27 มีนาคม 2553 เกิดเหตุระเบิดที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 และ ช่อง 11
29 มีนาคม 2553 กลุ่ม นปช.เคลื่อนขบวนไปหน้าค่ายทหาร ราบ 11
ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ได้ย้ายสถานที่ทำงานและที่พักไปอยู่ในค่ายทหารดังกล่าว
หลังจากนั้นมีการเจรจานอกรอบระหว่างนายอภิสิทธิ์ และ แกนนำ
นปช.ที่สถาบันพระปกเกล้า และย้ายการเจรจาไปที่สภาพัฒนาการเมือง
ซึ่งสามารถถ่ายทอดสดได้
เกิดระเบิดใกล้บ้านนายบรรหาร โดยช่วงนี้เกิดเหตุระเบิดใน กทม.บ่อยครั้ง
3 เมษายน 2553 กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนบางส่วนไปชุมนุมที่แยกราชประสงค์
5 เมษายน 2553 กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว
ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีพีเพิ่ลชาแนลเพื่อป้องกันถูกปิดสถานี
9 เมษายน 2553 กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยึดสถานีดาวเทียมไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว
ปทุมธานี
10 เมษายน 2553 ทหารจากพล ม.9 กาญจนบุรี เข้ายึดสถานีไทยคมคืนและตัดสัญญาณสถานีพีเพิ่ลชาแนล(ทีวีคนเสื้อแดง)
ช่วงเย็นเกิดการปะทะระหว่างทหารกับผู้ชุมนุมที่แยกคอกวัวมีผู้บาดเจ็บและล้มตาย มี
"นายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ" นักข่าวรอยเตอร์ถูกยิงเสียชีวิต ฝ่ายทหารถูกยิงด้วย
M79 มี พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม รอง เสธ.พล ร.2 รอ. เสียชีวิต พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล ร.2 รอ.ปราจีนบุรี(กองกำลังบูรพา)
ขาหัก 3 ท่อน พ.ท.เกรียงศักดิ์ นันทโพธิเดช ผบ.ร.12 พัน 2 รอ.สระแก้ว ถูกสะเก็ดระเบิดต้องผ่าตัดสมอง
14 เมษายน 2553 กลุ่ม
นปช.ยุบเลิกเวทีปราศรัยที่สะพานผ่านฟ้ามารวมที่แยกราชประสงค์เพียงจุดเดียว
22 เมษายน 2553 เกิดเหตุยิง M79
ใส่ผู้ที่ออกมาชุมนุมต่อต้านการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สีลม มีคนตาย 1 คน บาดเจ็บ 85
คน
28 เมษายน 2553 กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปตลาดไท แต่ทหารตำรวจตั้งแนวกั้นไว้บริเวณถนนวิภาวดี
47 เกิดการปะทะระหว่างทหารและผู้ชุมนุมที่อนุสรณ์สถาน
ดอนเมือง มีผู้บาดเจ็บ 16 ราย ทหารชุดเคลื่อนที่เร็ว(รถจักรยานยนต์)จากทำเนียบรัฐบาลซึ่งไปเสริมกำลังที่เกิดเหตุปะทะที่อนุสรณ์สถานถูกยิงเสียชีวิต
1 นาย
13 พฤษภาคม 2553 เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
หัวหน้าการ์ด นปช.ถูกยิงเสียชีวิต
หลังจากนั้นมีการปราบปรามการชุมนุมโดยใช้กระสุนจริง
มีการปะทะระหว่างทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมบรเวณแยกศาลาแดง ประตู2 สวนลุม มี "นายชาติชาย ชาเหลา" เสียชีวิต
14 พฤษภาคม 2553 มีการปิดล้อมบริเวณที่ชุมนุมแยกราชประสงค์เพื่อตัดเสบียง
มีการปะทะระหว่างทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมหน้าสนามมวยลุมพินี หน้าสวนลุมไนท์บาซาร์
กลุ่มผู้ชุมนุมย้ายไปรวมตัวกันที่ แยกประตูน้ำ และ สถานีรถไฟฟ้าแยกราชปรารภ
ช่วงเย็นมีการปาระเบิดควันหลังเวทีปราศรัยมีผู้บาดเจ็บ 15
ราย ,ทหารปะทะกับผู้ชุมนุมที่แยกบ่อนไก่ มีชายไม่ทราบชื่อเสียชีวิต 1 ราย ช่วงกลางคืนทหารปิดถนนสาธร และยิงรถที่ฝ่าเข้าไปในถนนสาธร
15 พฤษภาคม 2553 หลังเที่ยงคืนวันที่ 14 ทหารยิงรถตู้ที่ฝ่าเข้าเขตห้าม และยิงทหารนาวิกโยธินซึ่งขับรถฝ่าเข้าเขตห้ามเสียชิวิต
รุ่งเช้าทหารประกาศ "เขตยิงกระสุนจริง"
ทางฝ่ายผู้ชุมนุมซึ่งถูกปิดล้อมอยู่เริ่มขาดอาหารและน้ำ ช่วงเช้าเกิดแหตุปะทะระหว่างทหารกับผู้ชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดง-ซอยรางน้ำมีผู้ถูกยิงจากมุมสูงหลายราย
หลังจากนั้นเกิดการปะทะระหว่างทหารและผู้ชุมนุมที่แยกบ่อนไก่ มีคนตาย 1 คน บาดเจ็บ 6 คน ช่วงเย็นเกิดเหตุยิง M79 ที่แยกบ่อนไก่ และช่วงกลางคืนเกิดเหตุยิง M79 เข้าไปใน
สน.ลุมพินี
16 พฤษภาคม 2553 มีการปะทะระหว่างทหารและผู้ชุมนุมประปรายตลอดทั้งวัน
17 พฤษภาคม 2553 หลังเที่ยงคืนวันที่ 16
เกิดการยิงต่อสู้ระหว่างทหารที่รักษาการณ์การที่ชุมนุมกับทหารอากาศ 2 นาย ทหารอากาศเสียชีวิต 1 นาย
"องค์กรนิรโทษกรรมสากล"ซึ่งเป็นองค์กรที่ดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
เรียกร้องรัฐบาลไทยให้ยุติการใช้กระสุนจริงปราบปรามการชุมนุม
18 พฤษภาคม 2553 ทหารนำยานยนต์หุ้มเกราะฝ่าเข้าไปในแนวกั้นของกลุ่มผู้ชุมนุม
มีผู้ชุมนุมถูกเสียชีวิต 39 คน ผู้ชุมนุมเผายางรถเพื่อเป็นม่านบังจากการลอบยิงของพลแม่นปืน
เกิดกลุ่มควันราวเกิดสงครามกลางเมือง
19 พฤษภาคม 2553 ทหารเข้าสลายการชุมนุมโดยใช้ยานยนต์หุ้มเกราะนำทางเข้าไปหาผู้ชุมนุม
มีการยิง M79 ใส่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2
นาย เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง จนแกนนำกลุ่ม นปช.ประกาศยุติการชุมนุม แต่ถูกผู้ชุมนุมโห่ไล่ด้วยความไม่พอใจกล่าวหาว่าแกนนำกลัวถูกจับตาย
แต่แกนนำปราศรัยว่า "ไม่ได้กลัวตายแต่เป็นห่วงชีวิตประชาชน ถ้าทหารเข้ามาถึงเวทีปราศรัยจะมีผู้ล้มตายมากกว่านี้"
แกนนำบางส่วนเข้ามอบตัวกับตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงที่ชุมนุม
ทหารเข้าควบคุมพื้นที่การชุมนุมได้ทั้งหมด วันนี้มีผู้เสียชีวิต 43 คน บาดเจ็บ 365 คน
หลังยุติการชุมนุมเกิดเหตุเผาอาคารสถานที่โดยรอบการชุมนุม
และศาลากลางในหลายจังหวัดทางภาคอิสาน
ประชาชนประมาณ 3,000 คนหลบหนีเข้าไปในวัดปทุมวนาราม ต่อมาในช่วงเย็น
ประชาชนในวัดปทุมวนารามถูกยิงเสียชีวิต 9 คน บาดเจ็บ 7 คน ในจำนวนนี้รวมถึง "น้องเกด"
พยาบาลที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บด้วย
20 พฤษภาคม 2553 ตำรวจชุดอรินทราชมารับประชาชนออกจากวัดปทุมวนาราม
จากเหตุการณ์ชุมนุมประท้วง
มีฝ่ายผู้ชุมนุมเสียชีวิต 91 ศพ
บาดเจ็บหลายร้อยคน คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.
ทางด้านกองทัพสหรัฐว้าได้ลดแรงกดดันจากนานาชาติ โดยพยายามกำหนดภาพลักษณ์ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด
ทหารกองทัพสหรัฐว้าและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจค้นบ้านเรือนจับกุมยาเสพติด
มีการติดป้ายประกาศเข้มงวดเรื่องยาเสพติดทั่วเมืองปางซาง (เรื่องนี้
เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า ในเขตปกครองกองทัพสหรัฐว้า ห้ามเสพยาเสพติดโดยเด็ดขาด)
ในเมืองลา ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จีนจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้กว่า 300 ราย และ
ในเมืองปางซางมีการยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็นรถยนต์ยี่ห้อหรูกว่า 30
คัน
อีกทั้ง
มีการเผาทำลายยาเสพติดโดยมีผู้นำระดับสูงของกองทัพสหรัฐว้าเข้าร่วมด้วย เช่น
นายจ้าว เหวินกวาง รองประธานกองทัพสหรัฐว้า
นายแซวหมิ่นเหลียง รองประธานกองทัพสหรัฐว้า
นายเปาโหย่งเฉียง รมต.กระทรวงเศรษฐกิจ กองทัพสหรัฐว้า
นายจ้าว โจงจาง เสนาธิการกองทัพสหรัฐว้า
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จีนจาก
เชียงรุ้ง หนานซาง เมืองแลม ฯลฯ เข้าร่วมพิธีด้วย โดยในพิธี นายจ้าว เหวินกวาง
ได้กล่าวว่า ตลอด 5 - 6 ปีที่ผ่านมากองทัพสหรัฐว้าได้มุ่งมั่นปราบปรามยาเสพติดตลอดมา
ขณะเดียวกัน องค์กรสตรีปะหล่อง ก็ได้แถลงว่า
ในรัฐฉานพื้นที่ปกครองของกองทัพสหรัฐว้า มีการปลูกฝิ่นมากขึ้น จากการสำรวจใน
อ.น้ำคา และ อ.ม่านตังพบว่า ปี พ.ศ.2548 มีการปลูกฝิ่น 964 เฮกเตอร์ แต่ปี พ.ศ.2552 เพิ่มขึ้นเป็น 4,549
เฮกเตอร์
ในปีนี้การเมืองชนกลุ่มน้อยเริ่มเปลี่ยนดุลอันเป็นผลเนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลพม่ากดดันกองกำลังชนกลุ่มน้อยให้เปลี่ยนสถานะมาเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดนภายใต้การบังคับบัญชาของกองทัพพม่า
กองทัพสหรัฐว้า และกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ จากที่เคยรบกันเมื่อปี พ.ศ.2546 ได้กลับมาเป็นพันธมิตรต่อกัน
สำนักข่าวอัลจาซีร่าแพร่ข่าว
"สายเต็งวิน" นายทหารชาวพม่าเชื้อสายไทใหญ่ซึ่งหลบหนีไปต่างประเทศได้เปิดเผยว่า
เคยทำงานในโครงการนิวเคลียร์ของพม่า โดยพม่ามีโครงการพัฒนานิวเคลียร์ในอุโมงค์ใต้ดินเมืองเนปิดอว์
ขณะที่ทางสหรัฐอเมริกาได้จับตามองเรือ "กังนาม1"
ของเกาหลีเหนือซึ่งเข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือย่างกุ้งถึง 2
ครั้ง แต่ทางการพม่าได้ปฏิเสธตลอดมา
22 มีนาคม 2553 รัฐบาลพม่ากดดันกองทัพสหรัฐว้า
โดยเรียกตัวเจ้าหน้าที่ของทางการพม่าออกจากเมืองปางซางและเรียกกำลังอาสาสมัครเข้าไปเสริมกำลังทหารพม่าตามท่าเรือแม่น้ำสาละวินตรงข้ามเขตปกครองกองทัพสหรัฐว้าหลังจากการเจรจาให้กองทัพสหรัฐว้าเปลี่ยนสถานะมาเป็นกำลังพิทักษ์ชายแดนล้มเหลว
กองทัพสหรัฐว้าได้เรียกเจ้าหน้าที่ระดับสูงกว่า
200
คนเข้าประชุมฉุกเฉิน เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้
พร้อมวางกำลังทหารเตรียมพร้อมอย่างแน่นหนา มีนักธุรกิจชาวว้าในท่าขี้เหล็กถูกทางการพม่าจับตัวไปกว่า
10 คน ประชาชนชาวว้าบางส่วนที่หวาดวิตกได้อพยพเข้าไปในจีน
โดยการกดดันของพม่าครั้งนี้ต้องการให้กองทัพสหรัฐว้าเข้าเป็นหน่วยพิทักษ์ชายแดน
หรือ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกองทัพพม่า แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ และไม่มีการรบเกิดขึ้น
จากแรงกดดันจากทางการพม่า ปีนี้กองทัพสหรัฐว้าได้ปรับปรุงกองทัพโดย
สั่งซื้ออาวุธต่อสู้อากาศยาน และอาวุธประจำกาย ประจำการหลายรายการ เช่น
- จรวดต่อต้านอากาศยานแบบประทับบ่า แบบ Streal
- 2
- จรวดต่อต้านอากาศยานแบบ HN - 5N
- อาวุธประจำกาย AK 47 รุ่นใหม่จากประเทศจีน
- ปืนต่อสู้อากาศยาน ขนาด 12.7 ม.ม. และ 14.5 ม.ม.
- ปืน ค.ขนาด 60 ม.ม. 82 ม.ม. 120 ม.ม. จากประเทศจีน
จรวดต่อต้านอากาศยานแบบประทับบ่า HN - 5N ที่จีนนำแบบจาก Streal - 2 ของรัสเซียไปผลิตเอง
ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 14.5 ม.ม.
อ่านเพิ่มเติม ;
http://health2u.exteen.com/20090908/entry-5
พ.ศ.2554 กองพล 171 กองทัพสหรัฐว้า
ซึ่งมี เหว่ย เซียะ กัง เป็นผู้บังคับหน่วย ระดมพลทั้งกำลังหลัก
และอาสาสมัครพลเรือน ในสังกัดทำการซ้อมรบแนวชายแดนไทย-พม่า พื้นที่เมืองสาด
เมืองโต๋น โดยรวมตัวที่บ้านห้วยอ้อ ด้านตรงข้าม บ้านอรุโณทัย อ.เชียงดาว
จ.เชียงใหม่
ในปีนี้กองพล
171 ของ
เหว่ย เซียะ กัง มี 5 กองพลน้อย ประกอบด้วย
1) กองพลน้อยที่ 248 รับผิดชอบพื้นที่ บ้านหัวป่าง บ้านหัวยอด ด้านตรงข้าม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
2) กองพลน้อยที่ 518 รับผิดชอบพื้นที่ เมืองยอน ด้านตรงข้าม อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
3) กองพลน้อยที่ 772 รับผิดชอบพื้นที่ เมืองเต๊าะ
เมืองทา และ เมืองจ๊อด ด้านตรงข้าม อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่
4) กองพลน้อยที่ 775 รับผิดชอบพื้นที่ บ้านห้วยอ้อ บ้านบุ่งป่าแขม ด้านตรงข้าม อ.เชียงดาว
จ.เชียงใหม่
5) กองพลน้อยที่ 778 รับผิดชอบพื้นที่ บ้านคายโหลง บ้านตากแดด และบ้านน้ำกั๊ด ด้านตรงข้าม
จ.แม่ฮ่องสอน
ปลายปี พ.ศ.2554 นี้
ประเทศไทยมีการเลือกตั้งและสลับขั้วรัฐบาล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรองนายกฯ
รับผิดชอบการปราบปรามยาเสพติด มีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์
ซึ่งเป็นนายตำรวจที่มีชื่อเสียงในการปราบปรามยาเสพติด ขึ้นเป็น ผบ.ตร.นโยบายการปราบปรามยาเสพติดได้เข้มข้นขึ้นอีกครั้ง
มีการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ติดต่อกันหลายครั้ง นโยบาย 315 ยังได้รับการสานต่อการค้นหาจับกุมผู้เสพเพื่อนำตัวไปบำบัดยังได้รับการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
พ.ศ.2555 ปีปัจจุบัน กองทัพสหรัฐว้า
จัดได้ว่าเป็นกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่มี กองกำลังติดอาวุธที่ใหญ่ที่สุด
มีกำลังพลทั้งหมด 9 กองพลน้อย อยู่ในการบังคับบัญชาของ เหว่ย
เซียะ กัง 5 กองพลน้อย อีก 4 กองพลน้อย
อยู่ในบังคับบัญชาของ นายเปาโหล่วเหลียง ผู้นำสูงสุดของกองทัพสหรัฐว่า
โดยแบ่งพื้นที่รับผิดชอบคือ
กองทัพสหรัฐว้า มี 9 กองพล มีกำลังพลกองพลละ 2,000 - 3,000 คน รวมทั้งหมดกำลังพลประมาณ 20,000 - 30,000 นาย
กองบังคับการใหญ่
มีนายเปาโหล่วเหลียง เป็นผู้บังคับหน่วย มีกองบัญชาการอยู่ที่เมืองปางซาง รับผิดชอบรัฐฉานภาคเหนือด้านติดชายแดนประเทศจีน(ว้าตอนบน)
มี 4
กองพลน้อย
1) กองพลน้อยที่ 318
2) กองพลน้อยที่ 418
3) กองพลน้อยที่ 468
4) กองพลน้อยที่ 618 เป็นกองพลตั้งใหม่ เมื่อ พ.ศ.2553 เพื่อตั้งรับพม่าซึ่งพยายามกดดันให้กองทัพสหรัฐว้าเปลี่ยนสถานะเป็น"กองกำลังพิทักษ์ชายแดน"ต้องอยู่ในบังคับบัญชาเข้ารับการฝึกและรับเงินเดือนจากทหารพม่า และการเคลื่อนไหวของกองทัพพม่าฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวินในรัฐฉานภาคเหนือ
รับผิดชอบพื้นที่ เมืองมังแสง เมืองหนองเข็ด มีนายเปาสามราย เป็นผู้บัญชาการกองพล
กองพลที่ 171 มีนายเหว่ย เซียะ กัง เป็นผู้บังคับหน่วย มีกองบัญชาการอยู่ที่เมืองยอนรับผิดชอบรัฐฉานใต้
ด้านติดชายแดนไทย - พม่า ตรงข้าม เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน มี 5 กองพลน้อย
1) กองพลน้อยที่ 248 รับผิดชอบพื้นที่ ด้านตรงข้าม อ .ฝาง จ.เชียงใหม่
2) กองพลน้อยที่ 518 รับผิดชอบพื้นที่ ด้านตรงข้าม
อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
3) กองพลน้อยที่ 772 รับผิดชอบพื้นที่ ด้านตรงข้าม
อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่
4) กองพลน้อยที่ 775 รับผิดชอบพื้นที่ ด้านตรงข้าม อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
5) กองพลน้อยที่ 778 รับผิดชอบพื้นที่ ด้านตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน
นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐว้า ยังมีกองกำลังอาสาสมัครอยู่ตามเมืองต่างๆ คือ
1) กองพลน้อยที่ 916 ในพื้นที่เมืองใหม่ แบ่งออกเป็น 5 กองพัน
มีกำลังพลอาสาสมัครกองพันละ 200 - 250 นาย รวมกำลังพลราว 1,000 - 1,250 นาย
2) กองพลน้อยที่ 917 ในพื้นที่เวียงเก่า
3) กองพลน้อยที่ 918 ในพื้นที่เมืองป๊อก
งบประมาณของกองทัพได้จากการค้ายาเสพติด
และการเก็บภาษี แร่ ป่าไม้ และ พืชผลการเกษตร
สรุปพอคร่าวๆ
แล้ว กองทัพสหรัฐว้ามีกำลังพลราว 30,000 นาย
พร้อม ปืนประจำกาย ปืน ค. จรวดประทับบ่า ขีปนาวุธแบบพื้นสู่อากาศ และ
ปืนใหญ่ ทางด้านการข่าวยังไม่ปรากฎว่ามี ยานเกราะ รถถัง หรือ เครื่องบิน
เข้าประจำการ
ปัจจุบัน เหว่ย เซียะ กัง ในวัย 59 ปี
ยังเป็นผู้บังคับหน่วยกองทัพสหรัฐว้า กองพลที่ 171 เมืองยอน
รัฐฉานใต้ มีกำลังพลในบังคับบัญชาราว 10,000 นาย
มีพื้นที่ครอบครองตามแนวชายไทย ตั้งแต่ ท่าขี้เหล็ก ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ไปจนถึง
บ้านหัวเมือง ตรงข้าม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน มีเงินมหาศาลราวสองล้านล้านบาท....!!!!!
หากผู้ติดยาเสพติดเสพยาคนละ 1 เม็ด ต่อ วัน ยาบ้าจะขายได้วันละ 1.2 ล้านเม็ด หรือ 36 ล้านเม็ด ต่อ เดือน หรือประมาณ 400 ล้านเม็ด ต่อ ปี คิดที่ราคาเม็ดละ 100 - 200 บาท เป็นเงิน 40,000 - 80,000 ล่้านบาท ต่อ ปี ถ้ารวมค่าใช้จ่ายในการปราบปราม บำบัด ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ น่าจะเกินแสนล้านบาท ซึ่งซื้อเครื่องบินรบ"กริพเพน"พร้อมอุปกรณ์ได้ 1 - 2 ฝูง(4.8 หมื่นล้านบาท/1ฝูง หรือ 12 ลำ) หรือ ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื้อ - ท่าพระ , หัวลำโพง - บางแค ระยะ 27 ก.ม.(51,745 ล้านบาท)ได้สบาย
จากการติดตามข่าว การจับกุมยาบ้าไม่น่าจะเกินเดือนละ 4 - 5 ล้านเม็ด มีเพียงเดือน มกราคม 2555 นี้ที่จับรายใหญ่ได้ 3.8 ล้านเม็ดรวมกับรายอื่นๆอีกก็ไม่น่าจะเกิน 6 ล้านเม็ด แต่ความต้องการยาบ้ามีถึงเดือนละ 36 ล้านเม็ด ต่อ เดือน เมื่อมีดีมานด์ ย่อมมีชัพพลาย "แสดงให้เห็นได้ว่า มียาบ้าหลุดรอดการจับกุมไปได้มากกว่า 30 ล้านเม็ด ต่อ เดือน"
งบประมาณสำนักงาน ป.ป.ส.ปี 2553 จำนวน 1.7 พันล้านบาท
งบประมาณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2554 จำนวน 7.4 หมื่นล้านบาท
งบประมาณกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปี 2554 จำนวน 7.2 ร้อยล้านบาท